Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register

เรื่องเล่า..ชาวเลสเบี้ยน (จากประสบการณ์จริง)


ฉันชอบผุ้หญิงด้วยกัน ความรักของญกับญ เป็นเรื่อง
ที่ละเอียดอ่อน เป็นเรื่องของความรู้สึก ฉันเชื่อว่าความรัก
เป็นสิ่งสวยงาม ไม่ว่าจะเกิดกับเพศใด

ผู้หญิงที่ฉันจะเล่าให้ฟังทั้ง 3 คนนี้ เคยเป็นส่วนหนึ่งใน
ชีวิตของฉัน ทั้ง3คนสอนให้ฉันรู้ว่า ความรักเป็นยังไง
สอนให้ฉันได้รู้จักกับความสุข,ความดีใจ,เสียใจ,และความ
เจ็บปวด

ฉันจำไม่ได้ว่า ฉันชอบผุ้หญิงด้วยกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่..
ฉันไม่เคยรังเกียจผู้ชาย เพียงแต่ไม่คิดที่จะชอบ เหมือนรักชอบผู้หญิง
ครอบครัวของฉันอบอุ่นดี ไม่มีมีปัญหาทางบ้าน
ซึ่งไม่ใช่สาเหตุเลยที่ทำให้ฉันมีความเบี่ยงเบนทางเพศ

คนในครอบครัวไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นแบบนี้
แน่นอน ฉันปิดบังไม่ให้แม่รู้
ชีวิตประจำวันฉันดำเนินไปเหมือนผู้หญิงทั่วไป
รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว และมีเพื่อนชายโทรมาที่บ้านด้วย
แม่ก็เลยไม่มีความผิดปกติ แต่แล้วความลับก็ไม่มีในโลก
แม่มารู้ความจริง ซึ่งฉันจะเล่าให้ฟังในทีหลัง ว่าแม่รู้ได้อย่างไร

เมื่อฉันเรียนจบม.6 ก็เข้ามาเรียนต่อมหาลัยที่กรุงเทพ
มาอาศัยอยู่กับบ้านของน้า ซึ่งที่นี่เอง ที่ทำให้ฉัน
ได้พบกับ "หยุย" ผู้หญิงคนแรกที่เข้ามาผูกพันธ์กับฉัน
ตอนนั้นหยุยอายุ 14 ส่วนฉันอายุ 18
หยุยเป็นคนที่เรียนเก่งมาก ครอบครัวอบอุ่นเช่นกัน

เจอหยุยครั้งแรก หยุยกำลังตีแบตกับตู๋ (ตู๋เป็นลูกของน้าที่ฉันมาอยู่ด้วย)
ฉันกลับมาจากมหาลัย ก็จะเห็นหยุยออกมาตีแบตที่หน้าบ้านทุกเย็น
จนเราได้รู้จักกัน หลังจากนั้นเราก็สนิทกันมาเรื่อยๆ
เราจะมาตีแบตกันทุกเย็น เสร็จแล้วก็จะออกไปซื้อหนังสือการ์ตูน
ซื้อนม จนหยุยโดนเพื่อนแซวว่า วันนี้ออกไปส่งนมหรือยัง
(เพราะเพื่อนหยุยโทรมาทีไร แม่หยุยจะบอกว่าหยุยออกไปซื้อนม)

เราสนิมกันเร็วมาก ทุกๆเย็นฉันจะไปอยู่บ้านหยุยบ้าง
หยุยมาอยู่บ้านฉันบ้าง เย็นวันนึงหยุยมานั่งเล่นอยู่บ้านฉันเหมือนทุกที
ฉันนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา ส่วนหยุยนอนหนุนตักฉัน
แล้วหยุยก็พูดขึ้นว่า "ถ้าหยุยเป็นผู้ชายนะ หยุยจะจีบพี่นกเลย"
ฉันอยากจะบอกหยุยเหลือเกิน ว่าเป็นผู้หญิงก็จีบพี่ได้

ทุกๆเย็นฉันจะไปกินข้าวที่บ้านหยุย
หยุยจะบอกแม่ว่าพี่นกกินอะไรไม่ค่อยเป็น
หยุยจะให้แม่ทอดไก่ให้ฉันกินทุกวัน
วันไหนที่บ้านหยุยออกไปทานข้าวนอกบ้านกัน
ก็จะมาชวนฉันไปด้วยเสมอ
ฉันกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวหยุย

ทั้งๆที่ฉันอายุห่างจากหยุยหลายปี
แทนที่หยุยจะไปสนิทกันน้องของฉัน(ลูกน้า)
ซึ่งอายุไล่เลี่ยกับหยุย แต่หยุยกลับมาสนิทกับฉันแทน

หยุยเคยบอกว่า เวลาหยุยอยู่รร.
หยุยจะเล่าเรื่องพี่นก ให้เพื่อนฟัง เพื่อนจะรู้จักพี่นกทุกคน
ฉันถามไปว่าเอาเรื่องอะไรของพี่ไปเล่าให้เพื่อนฟัง
แล้วไปเล่าทำไม หยุยบอกว่าอยากเล่า เพราะหยุยคิดถึงพี่นก

หลายต่อหลายครั้งทั้งคำพูดและการกระทำของหยุย
ที่ทำให้ฉันคิดว่าหยุยคงชอบฉันเช่นกัน
เวลาออกไปซื้อหนังสือการ์ตูน หยุยก็จะมายืนข้างหลัง
แล้วโอบกอดเอวฉันไว้ หรือเวลาไปขี่จักรยานเล่นกัน
ฉันเป็นคนขี่ หยุยเป็นคนซ้อน หยุยก็จะมากอดเอว
แล้วเอาหน้ามาซุกกับหลังฉัน
ฉันบอกว่าทำแบบนี้ ไม่กลัวคนเห็นหรอ
หยุยบอกว่า เห็นก็เห็นซิ ไม่เห็นเป็นไร หยุยไม่แคร์
หยุยไม่แคร์ พี่ก็ไม่แคร์ (ฉันคิดในใจ) มีความสุขจัง

เราทั้งคู่ไปไหนด้วยกันตลอด ถ้าเห็นหยุยก็ต้องเห็นฉัน
ฉันไปสระผม ฉันก็ไปนั่งรอ เราเจอกันทุกวัน
กิจวัตรประจำวันหลังจากเลิกเรียน เราก็ออกมาเจอกัน
ตีแบตเสร็จ ไปนั่งคุยกันในบ้าน ออกไปซื้อนม ซื้อการ์ตูน
กินขนมหวาน พอเข้าบ้าน หลังจากอาบน้ำทำธุระส่วนตัวแล้ว
เราก็ออกมายืนคุยกันที่ระเบียงชั้นบน เพราะบ้านของเราอยู่ติดกัน
ห้องนอนของฉัน เปิดประตูออกมาที่ระเบียง ก็จะเจอกับ
ระเบียงบ้านชั้นบนของหยุย มีเพียงกำแพงกั้นนิดเดียว
เราออกมายืนคุยกันทุกคืน หยุยเป็นคนคุยเก่ง

หยุยจะเล่าเรื่องเพื่อนที่รร. ,เรื่องเพื่อนชายที่หยุยแอบชอบ
ใช่แล้ว หยุยมีเพื่อนชายที่หยุยชอบ ฉันรับฟังด้วย
ความรู้สึกยากจะอธิบาย ฉันไม่รู้ว่าหยุยคิดยังไง

นอกจากออกมายืนคุยกันที่ระเบียงแล้ว
เรายังเขียนจม.หากัน โดยหยุยเป็นฝ่ายเขียนมาหาฉันก่อน
โดยเราจะเอาจม.มาแลกกันอ่าน หลังจากยืนคุยกันที่ระเบียง
ก่อนจะแยกย้ายเข้าห้องนอน เราก็เอาจม.ที่เขียนหากันมาแลกกัน
แล้วกลับไปอ่านห้องใครห้องมัน พอคืนต่อมา เราก็เขียนหากันอีก
ทำอย่างนี้อยู่นานมาก จนฉันมีจม.ของหยุยเยอะมาก

วันหนึ่ง หยุยมาบอกว่าพ่อหยุยขึ้นมาเห็นและได้ยินเราคุยกัน
พ่อถามหยุยว่าคุยอะไรกัน เป็นทอมดี้กันเหรอ

หยุยบอกพ่อว่า ปล่าว ไม่ได้เป็น เป็นเพื่อนกัน
พ่อหยุยบอกว่า พ่อไม่ชอบเรื่องแบบนี้นะ
หลังจากนั้นเราต้องระวังตัวกันมากขึ้น ถ้าอยู่ต่อหน้าพ่อหยุย
จากที่เคยเดินจับมือกัน ถ้าเจอพ่อหยุยๆจะรีบเอามือออกทันที

มีอยู่ครั้งนึงหยุยชวนฉันไปเที่ยวบ้านที่อ่างทอง โดยมีน้อง(ลูกน้า)ไปด้วย
พ่อหยุยขับรถ ฉันกับหยุยนั่งข้างหลัง หยุยจะนั่งจับมือฉัน
หรือไม่ก็โอบไหล่ฉันไปตลอดทาง บางจังหวะที่พ่อหยุยมองจากกระจกหลัง
มาที่เรา2คน หยุยก็จะรีบเอามือออก
เราไปนอนค้างที่อ่างทอง 1คืน โดยทีแรกน้องฉันนอนติดกับฉัน แล้วก็หยุย
ไปๆมาๆไม่รู้ยังไง เราหลอกล่อให้น้องย้ายที่นอน
จนเรา2คนได้มานอนติดกัน เรานอนจับมือกันทั้งคืน
บางจังหวะฉันก็เอื้อมมือไปกอดหยุยไว้ หยุยไม่ว่าอะไร
ฉันนอนกอดหยุยไปทั้งคืน พอหยุยขยับตัว ฉันเลยเอามือที่กอดหยุยออก
แต่หยุยดึงมือฉันให้มากอดหยุยเหมือนเดิม

ฉันนอนกอดหยุยทั้งคืน เอามือไปจับแก้มบ้าง
ฉันชอบนอนจับแก้มหยุย เราไม่มีอะไรกันมากกว่านี้
มันเป็นความรักที่ไม่มีเรื่องเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้องเลย

กลับมาจากอ่างทองคราวนั้น เราโดนพ่อหยุยเพ่งเล็งมากขึ้น
จะไปไหนทำอะไร เหมือนโดนจับตามองตลอด
มีอยู่หลายครั้งที่ฉันต้องไปนอนเป็นเพื่อนหยุยที่บ้าน เพราะ
พ่อกับแม่หยุยกลับบ้างที่ตจว. จึงให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อน
วันนั้นก่อนพ่อหยุยจะไป พ่อหยุยบอกว่า
ให้นอนคนละเตียงละกัน หยุยตัวใหญ่อย่าไปนอนเบียดพี่นกเค้า
หยุยรับคำพ่อ แล้วบอกว่า จะให้ฉันไปนอนเตียงเล็กแทน

พอตอนกลางคืน ฉันก็เตรียมที่จะไปนอนเตียงเล็กอย่างที่หยุยบอกพ่อ
แต่หยุยบอกว่า ให้มานอนเตียงเดียวกันนี่แหละ
แล้วหยุยก็เดินไปจัดที่นอนของอีกเตียงนึง ให้ดูเหมือนมีคนนอน
ฉันบอกว่า เดี๋ยวพ่อรู้จะทำยังงัย หยุยบอกว่าพ่อไม่รู้หรอก
แค่นี้ก็ดูเหมือนนอนคนละเตียงแล้ว แล้วคืนนั้นเราก็นอนกอดกันทั้งคืน

ความสัมพันธ์ของเรา2คนยังคงดำเนินมาเรื่อยๆ
จนฉันเรียนอยู่ปี 3 เรายังคงสนิทสนมกันเหมือนเดิม
ทำทุกอย่างเหมือนทีเคยทำ,เขียนจม.คุยกัน
ขึ้นไปคุยกันที่ระเบียง จนวันหนึ่งขณะที่เรายืนคุยกันอยู่บนระเบียงนั้น
ฉันตัดสินใจขอหยุยหอมแก้ม
ก่อนที่จะขอหยุยหอมแก้มนั้น ฉันบอกหยุยว่า
หยุย.. พี่ขออะไรอย่างนึงได้มั๊ย
หยุยบอกว่าได้ ขออะไรล่ะ แต่ฉันก็ไม่กล้าพูดซักที
จนหยุยบอกว่า ถ้าไม่บอกตอนนี้จะไม่ให้นะ
ฉันเลยบอกว่า ถ้าพี่บอกจบแล้ว พี่จะเข้าห้องไปเลยนะ
แล้วเราค่อยคุยกันต่อพรุ่งนี้นะ
หยุยบอกว่า อืมๆ บอกมาเร็วๆ อยากรู้แล้ว
พอฉันบอกเสร็จ ฉันก็รีบยื่นหน้าไปหอมแก้มหยุย
แล้วฉันก็รีบวิ่งปิดประตูเข้าห้องด้วยความอายไม่กลัวด้วยไม่รู้หยุยจะว่ายังงัย

หลังจากฉันขอหยุยขอแก้มไปในวันนั้น หยุยก็เงียบหายไปหลายวัน
ไม่ออกมาเรียกฉัน, ไม่มาตีแบต, ใช่แล้ว ฉันโดนหยุยหลบหน้า
จนฉันอึดอัดทนไม่ไหว เข้าไปหาหยุยในบ้าน
เราออกมากินก๋วยเตี๋ยวกัน หยุยมีท่าทีแปลกไป ไม่ยอกจับมือ
เรานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยความอึดอัด ไม่มีใครพูดอะไร
พอกินเสร็จ ฉันเอาจม.ที่ฉันเขียนถึงหยุยเมื่อคืนให้หยุยอ่าน
ใจความประมาณว่า ทำไมหยุยเปลี่ยนไป ทำไมต้องหลบหน้าพี่

พอตอนกลางคืน หยุยขึ้นมาเรียกฉันให้ออกมาคุยที่ระเบียง
เราเงียบกันอยู่สักพัก แล้วหยุยก็พูดขึ้นมาว่า
" พ่อไม่ชอบให้เราคบกันแบบนี้ แล้วหยุยก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ด้วย"
ฉันยังคงฟังหยุยพูดต่อ โดยฉันไม่ได้พูดอะไร
หยุยบอกว่า " พี่นกว่ามันแปลกมั๊ย ทำไมเราต้องเขียนจม.คุยกัน ทั้งที่บ้านติดกัน"
ทำไมพี่นกต้องขอหอมแก้มหยุย
หยุยไม่อยากให้ใครมองว่าเราสองคนเป็นแบบนั้น แล้วหยุยก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นด้วย
ฉันยังคงเงียบ น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
หยุยบอกว่า แต่หยุยยังคงรักพี่นกเหมือนเดิม เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะ

แต่ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิม อย่างที่หยุยบอกแล้ว
หลังจากนั้นหยุยหลบหน้าฉัน เราห่างเหินกันมากขึ้น
ฉันเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร ปีนั้นเป็นปีสุดท้ายที่ฉันจะเรียนจบ
ฉันตั้งใจจะให้เรียนจบ 3 ปีครึ่ง
โชคดีที่เป็นช่วงซัมเมอร์ ฉันลงเรียนไม่กี่วิชา
ฉันเกือบเอาตัวไม่รอด ไม่เป็นอันอ่านหนังสือสอบ
วันๆเอาแต่นอนร้องไห้ หยิบจม.เก่าๆที่หยุยเขียนมาอ่าน
จนในที่สุดในตัดสินใจ เอาจม.ทั้งหมดไปคืนหยุย
แล้วบอกให้หยุยเก็บมันไว้เถอะ พี่ไม่อยากเก็บไว้
หยุยบอกฉันว่า "หยุยขอโทษ แต่พี่นกต้องเข้มแข็งนะ
ต้องเรียนให้จบ3ปีครึ่งนะ"

ในที่สุดฉันก็จบ3ปีครึ่งมาได้ วันรับปริญญา หยุยมางาน
รับปริญญาฉันด้วย พร้อมกับช่อดอกไม้ และการ์ดอวยพร
เขียนว่า "หยุยยังคงรักพี่นกเหมือนเดิม"

หลังจากเรียนจบ ฉันก็กลับมาอยู่บ้านที่ตจว. เพราะถ้าขืนยังอยู่ใกล้หยุยต่อไป ฉันคงลืมหยุยไม่ได้ซักที ฉันกลับมาอยู่บ้านแต่ยังคงคิดถึงหยุยตลอดเวลา ฉันเขียนไดอารี่บันทึกเรื่องราวของหยุย จนวันนึงแม่ฉันขึ้นมาอ่านเจอ ถึงได้รู้ว่าฉันชอบผุ้หญิงด้วยกัน

แต่แม่ไม่ได้ว่าอะไร อีก3-4 วันต่อมา แม่พาฉันไปเที่ยวทะเลกันทั้งครอบครัว ฉันแปลกใจมาก ที่จู่ๆแม่ก็พาไปเที่ยว มารุ้จากพี่สาวทีหลังว่า แม่ขึ้นไปเจอไดอารี่ที่ฉันเขียนไว้ถึงความเสียใจที่มีต่อหยุยและฉันก็เขียนว่า อยากไปเที่ยวทะเล ฉันตื้นตันใจมาก แม่เข้าใจความรุ้สึกฉันดี
แม่ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับหยุยเลย หลังจากนั้นเวลาก็ช่วย
ทำให้ฉันดีขึ้น ทุกวันนี้ฉันยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับหยุยได้ดี
ผุ้หญิงคนแรกที่สอนให้ฉันรุ้จักความรัก
เวลาผ่านไปหลายปี จนฉันได้มารู้จักกับ "เนย" ผู้หญิงคนที่ 2 และจะเป็นคนสุดท้ายของฉัน ใช่แล้วค่ะ คุณอ่านไม่ผิดหรอก ที่ข้างบนฉันเขียนไว้ว่า มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตฉัน
3คน ยังมีคนที่ 3 อีกคน แต่คนที่สองนี้จะเป็นคนสุดท้ายของฉัน แล้วฉันจะเล่าให้ฟังต่อค่ะ

หลังจากที่ฉันกลับมาอยู่บ้าน
ตอนนั้น msn ยังไม่ฮิตเหมือนตอนนี้
ฉันไปเล่น pirch เพื่อหาเพื่อนคุยแก้เหงา
ฉันเข้าไปคุยในห้องเกี่ยวกับทอมดี้เลสเบี้ยน
วันแรกที่เข้าไป ฉันไปคุยกับคนๆนึงเข้า
ซึ่งเค้าคุยกับฉันดีมาก ให้ข้อคิดการดำเนินชีวิตเป็นอย่างดี
พอวันรุ่งขึ้นฉันก็เข้าไปห้องนี้อีก แล้วเข้าไปทักคนที่ฉันคิดว่า
เป็นคนเดียวกับคนเมื่อวาน
ปรากฏว่าฉันทักผิดคน ซึ่งไม่ใช่คนที่คุยเมื่อวาน
จากการทักผิดคนนี้เอง ทำให้ฉันได้รู้จักกับ "เนย"

เนยอายุน้อยกว่าฉัน 7ปีตอนนั้นเนยกำลังเรียนมหาลัยอยุ่ใกล้จะจบแล้ว
ส่วนฉันจบมาหลายปีแล้ว
เนยคุยตลก และสนุกสนานมาก
เราติดต่อกันทางคุย pirchทุกวัน
จนเนยตั้งห้องขึ้นมาเพื่อใช้เล่นกันสองคน
ใช้ชื่อห้องว่า "นกกะเนย"
เราคุยกันอยู่ประมาณ 4-5เดือน แล้วก็นัดเจอกัน

ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนถึงวันนี้ที่ฉันมาโพสเรื่องนี้
ก็เป็นเวลาเกือบ 6ปี แล้วที่ฉันกับเนยคบกันมา
ตลอดเวลา 6ปีที่ผ่านมามีเรื่องราวที่เราผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย
โดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมา ที่ทำให้ฉันได้รุ้จักกับผู้หญิงคนที่ 3
ที่เข้ามาผูกพันกับชีวิตของฉัน และฉันเกือบจะทำให้
"รักแท้ดูแลไม่ได้" ซะแล้วซิ
แล้วพรุ่งนี้จะมาเล่าต่อนะคะ วันนี้ขอตัวไปนอนก่อนคะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามารออ่านนะคะ

หลังจากนั้นเราก็ไปมาหาสู่กันตลอด
จนเนยเรียนจบ เราตัดสินใจมาลงทุนเปิดกิจการด้วยกัน
ที่ต่างจังหวัด ก็คือที่บ้านฉันนั่นเอง
เนยย้ายมาอยู่ที่บ้านฉันที่ต่างจังหวัด
แรกๆทุกคนในครอบครัวรับรู้เพียงแต่ว่า
เนยเป็นเพื่อนฉันและมาร่วมหุ้นค้าขายด้วยกัน
โดยไม่มีใครรู้เลยว่าเรา2คน มีความสัมพันธ์กัน
ลึกซึ้งเกินกว่าเพื่อนธรรมดาทั่วไป

เนยเข้ากับทุกคนในบ้านได้เป็นอย่างดี
เราอยู่ด้วยกันมานานหลายปี จนเนยกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ของครอบครัวฉันไปแล้ว
เวลาครอบครัวเราไปเที่ยวทะเล ก็จะมีเนยไปด้วย
ตลอดทุกครั้ง
ส่วนฉันกับครอบครัวของเนยก็เข้ากันได้ดีพอสมควร
เนื่องจากแม่เนยเหมือนจะรู้ว่าเราคบกันยังงัย
แม่เนยไม่ยอมรับ และก็ไม่ปฏิเสธ

ความสัมพันธ์ของเราดำเนินมาเรื่อยๆผ่านมาหลายปี
ฉันเริ่มทำตัวห่างเหินจากเพื่อนๆที่คบอยู่
เนื่องจากกลัวว่าเพื่อนจะรู้ว่าฉันชอบผุ้หญิงด้วยกัน
ซึ่งดูจากภายนอกแล้ว จะไม่มีใครรู้เลย
ฉันเริ่มไม่ติดต่อเพื่อน ใครโทรมานัดเจอกัน
ฉันก็จะปฏิเสธ
ฉันคิดเพียงแต่ว่า ขอแค่มีเนยเพียงคนเดียว
ฉันก็ไม่ต้องการใครแล้ว

ฉันรักเนยมาก และเนยก็รักฉันมากเช่นกัน
ฉันบอกเนยว่า ถ้าเนยตาย ฉันจะตายตามนะ
ตอนนั้นฉันคิดแบบนี้จริงๆ และตอนนี้ก็ยังคิดอยู่
ตลอดเวลา6ปีที่คบกันมา ฉันไม่เคยคิดเลยว่าฉัน
จะไปรักไปชอบใครได้อีกนอกจากเนย

เราคบกันมานานมาก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคบกันมานานเกินไปหรือป่าว
วันหนึ่งเนยพูดขึ้นว่า เนยเบื่อ อยากอยู่คนเดียว
อยากไปไหนมาไหนกับเพื่อนบ้าง
ฉันก็บอกว่า เนยอยากไปไหนก็ไปได้นี่
ฉันไม่เคยไปห้ามเนย
เนยบอกว่า ฉันไม่ยอมไปด้วย
เนยอยากไปเจอเพื่อนแล้วก็อยากให้ฉันไปด้วย
แต่ฉันไม่อยากไป ฉันสนิทกับคนยาก
เนยบอกว่า เราลองห่างกันสักพักนึงดีมั๊ย
แต่เราไม่ได้เลิกกันนะ เนยบอก เพียงแต่
เนยอยากใช้ชีวิตโสดดูบ้าง
ฉันอยากจะบอกว่ามันเหมือนเพลง
อยู่อย่างเหงาๆ ของพีชเมกเกอร์เลย

เนยบอกว่าเรายังมีความเป็นห่วงเป็นใยกันเหมือนเดิม
เพียงแต่เนยขอไปใช้ชีวิตส่วนตัวดูบ้าง
ฉันเข้าใจความรุ้สึกเนยดี เพราะตลอดเวลาที่คบกันมา
เรามีกันอยู่เพียงแค่ 2คน ไปไหนมาไหนกันแค่2คน
ซึ่งสำหรับฉันแล้ว ฉันรับได้และพอใจที่จะให้เป็นแบบนี้
แต่สำหรับเนยๆอาจจะต้องการคบเพื่อนคบคนใหม่ๆดูบ้าง

หลังจากนั้นเนยก็กลับไปอยู่บ้านเนยเพราะว่าเนยไม่ค่อยสบาย
ฉันก็ยังคงไปมาหาสู่เนยเหมือนเดิม
และเป็นคนพาเนยไปหาหมอ
เนยเริ่มใช้ชีวิตโสดอย่างที่เนยต้องการ
เนยติด msn และมีเพื่อนคุยมากมาย
เนยจะเล่าให้ฉันฟังว่าคุยกับใครเป็นพิเศษบ้าง
ซึ่งก็มี " แอน" เพื่อนใน m ที่เนยจะเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ

เนยเริ่มห่างเหินฉันมากขึ้น วันๆเอาแต่เล่น msn
และคุยโทรศัพท์กับแอน
เนยบอกให้ฉันหาเพื่อนคุยดูบ้าง จะได้ไม่เหงา
เนยบอกว่า เพื่อนใน m ของเนยมีหลายคนที่คุยสนุก
ให้ฉันเอาไป add แล้วลองไปคุยดู
แต่ฉันไม่เอา ฉันไม่อยากคุย

จนวันหนึ่ง ฉันมานั่งดูเนยคุยmกับคนๆนึง
ฉันนั่งอ่านที่เค้าคุยกัน แล้วสนุกดี
ฉันถามเนยว่า คุยกับใครหรอ คุยตลกดีนะ
เนยบอกว่าคุยกับเพื่อน ชื่อ " ผึ้ง"
ผึ้งอายุเท่าๆเนย เป็นเลสเหมือนกัน
เนยเอา space ผึ้งให้อ่านเป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวัน
ที่ผึ้งเขียนไว้ใน space
วันต่อมาฉันเข้าไปอ่านสะเปซผึ้งอีก แต่เข้าไม่ได้
เพราะคนที่จะเข้าไปอ่านสะเปซผึ้งได้ต้องอยู่ในรายชื่อmsnผึ้งเท่านั้น
ฉันจึงตัดสินใจ add เมล์ผึ้งเพื่อที่จะได้เข้าไปอ่านสะเปซได้
หลังจากนั้นฉันจึงได้คุยกับผึ้งทาง msn


เนยยังคงติดต่อและคุยกับแอน
แต่ก็ยังคงเล่าให้ฉันฟังทุกอย่าง เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเค้า2คน
ส่วนฉันเริ่มหายเหงาลงบ้าง หลังจากได้คุยกับผึ้ง
ฉันกับผึ้งคุยกันมาเรื่อยๆหลายเดือนผ่านทาง msn
เนยบอกว่าผึ้งมีคนที่ชอบแล้วนะ
ซึ่งฉันก็รู้มาตลอดทั้งจากที่ผึ้งเล่าให้ฟัง
แล้วเรื่องราวในสะเปซผึ้ง ก็เขียนถึงแต่คนที่ผึ้งแอบชอบ

ฉันกับเนยค่อยๆห่างเหินกันทีละนิด
ต่างคนต่างมีเพื่อนคุย
เนยนัดเจอและไปหาแอนอยู่บ่อยๆ
บางทีเราก็นัดเจอกันทั้ง 4คน
มีฉัน เนย แอน และผึ้ง

ฉันคุยกับผึ้งมาเรื่อยๆ
มารู้ตัวอีกทีฉันก็รู้สึกชอบผึ้งแล้ว
ฉันเล่าให้เนยฟัง เนยบอกว่าทำไมไม่ชอบคนอื่น
ผึ้งมีคนที่ชอบแล้ว ไม่อยากให้ฉันเสียใจ

ฉันไปเขียนลงในสะเปซของฉันว่า ฉันเริ่มรุ้สึกดีๆกับใครบางคน
ผึ้งมาเขียน comment ว่า "ขอบคุณค๊า"
ฉันคิดว่า ผึ้งรู้ว่าฉันชอบ
ฉันไม่รู้ว่าฉันเริ่มชอบผึ้งตั้งแต่เมื่อไหร่
มันอาจจะเป็นเพราะช่วงนั้นฉันเหงา ไม่มีใคร
ฉันเริ่มชอบผึ้งมาเรื่อยๆ ทั้งๆที่รู้ว่าผึ้งมีคนที่ชอบแล้ว

ช่วงนี้เนยกลับไปอยู่บ้าน
ฉันให้เนยส่ง file msn ที่เนยคุยกับผึ้งมาให้ฉันอ่านทุกวัน
เป็นข้อความย้อนหลังของหลายๆเดือน
ที่เนยคุยกับผึ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวที่ผึ้งเล่าถึงคนที่ผึ้งชอบให้เนยฟัง
เนยบอกว่าจะอ่านไปทำไม ให้เสียใจปล่าวๆ
ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าฉันอยากอ่าน

ฉันกับผึ้งเริ่มไปมาหาสู่กันบ่อยขึ้น
เรามีอะไรลึกซึ้งเกินคำว่าเพื่อน
เนยก็รับรุ้ความเป็นไปของฉันกับผึ้งตลอด
วันนึ่งเนยถามกับผึ้งทาง m ว่าคิดกับฉันยังงัย
เพราะเนยรู้ว่าผึ้งมีคนที่ชอบแล้ว
ผึ้งบอกเนยว่า ไม่รู้จะบอกยังไงดี แต่ผึ้งมีอะไร ก็จะบอกพี่นกทุกอย่าง

ใช่แล้วผึ้งบอกฉันทุกอย่างเกี่ยวกับคนที่ผึ้งชอบ
เหมือนกับจะบอกเป็นนัยๆว่า ถ้าฉันชอบผึ้ง ก็ต้องรับให้ได้นะ
ฉันจึงยอมทุกอย่าง เพราะฉันชอบผึ้ง
เรื่องราวในสะเปซผึ้งก็ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนที่ผึ้งชอบอยู่
ไม่มีเรื่องของฉันเลย.. แม้แต่นิดเดียว

มีอยู่ครั้งนึงที่เราไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน 2คน
ตอนกลางคืนมีโทรศัพท์ของคนที่ผึ้งชอบโทรเข้ามา
ผึ้งไม่รับ แล้วกดปิดโทรศัพท์
ผึ้งเปิดเพลง "มุม"ฟังจากมือถือฉัน
ฉันได้ยินเสียงเพลงแล้ว รุ้ทันทีว่าผึ้งคิดอะไรอยู่
ในขณะที่ตัวเค้าอยู่กับเรา แต่ใจเค้าไปอยู่กับคนอื่นตลอดเวลา
ฉันนอนร้องไห้ ผึ้งถามว่าเป็นอะไร
โทรศัพท์มาก็อุตส่าห์ไม่รับแล้วนะ
ฉันได้แต่บอกว่า "พี่เสียใจ"

เพลงไม่เคย เป็นเสียงเรียกเข้าที่ฉันตั้งไว้สำหรับเบอร์ของผึ้งโดยเฉพาะ
ซึ่งเพลงนี้มันตรงกับเรื่องราวของฉันกับผึ้งมากๆเลย
"ฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน"
ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเรียกเข้าเพลงนี้มันมีทั้งอารมณ์ดีใจ
ดีใจที่เค้าโทรเข้ามาหา
ในขณะเดียวกันมันก็ฟังแล้วเจ็บปวดเหลือเกิน

มีอยู่ครั้งนึงที่เราทะเลาะกันรุนแรงมาก
ผึ้งบอกฉันว่า ไม่ต้องโทรมาหา ไม่ต้องมายุ่งกับผึ้งแล้ว
โทรมาทีไรก็โทรมาร้องไห้ทุกที
ฉันถามผึ้งไปว่า ที่ผ่านๆมาไม่เคยคิดไม่เคยชอบพี่เลยหรอ
ผึ้งบอกว่า "ไม่เคยเลย ไม่เคยคิดอะไรเลย"
"พี่นกก็รู้ทุกอย่าง รู้มาตั้งนานแล้วว่าผึ้งชอบใคร
"แต่พี่นกก็ยังมายุ่งกับผึ้งเอง"
ฉันฟังไปร้องไห้ไป แล้วฉันก็ถามผึ้งไปว่า
"ไม่เคยคิดอะไรกับพี่ แล้วทำไมถึงมีอะไรกับพี่"
"ผึ้งบอกว่า ผึ้งก็มีอะไรได้กับทุกคนแหละ"
ฉันได้แต่ร้องไห้ ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ออกมาจากผึ้ง

ฉันเสียใจมาก นอนร้องไห้ทั้งคืน
วันรุ่งขึ้นผึ้งโทรเข้ามาหาฉัน ฉันไม่รับโทรศัพท์ผึ้ง
เสียงเพลง "ไม่เคย" ดังอยู่เกือบทั้งวันเป็นเวลา 3วันที่ฉันไม่รับโทรศัพท์ผึ้ง
ในขณะที่อารมณ์อยู่ในช่วงเสียใจมากๆอยุ่แล้ว
ฉันยังต้องมาทรมาน เพราะเสียงเพลง ที่ฉันเลือกเอง

เป็นเวลา 3วันที่ฉันไม่รับโทรศัพท์จากผึ้ง
ผึ้งจึงเอาโทรศัพท์คนอื่นโทรเข้ามา
ผึ้งถามฉันว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์ตั้ง 3วันเป็นอะไร
ฉันอยากจะถามผึ้งเหลือเกินว่าไม่รู้จริงๆหรอว่าทำไมพี่ถึงไม่รับ
ฉันไม่ได้ตอบอะไรผึ้งๆคุยกับฉันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เวลาผ่านไปหลายเดือน ความสัมพันธ์ของฉันกับผึ้งก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม
ช่วงนี้เนยเริ่มไม่สบาย ต้องไปรพ.บ่อยๆ
ฉันยังคงเป็นคนขับรถพาเนยไปรพ.
ถึงฉันกับเนยจะห่างเหินกันไปอยู่พักนึง
แต่ความผูกพันธ์ ความห่วงใย ของเรา 2คนยังคงมีต่อกันตลอดเวลา

เนยไม่สบายต้องนอนรพ.ที่กรุงเทพ
ฉันยังคงขับรถเข้าไปเยี่ยมเนยสม่ำเสมอ
ผึ้งก็รู้ว่าเนยไม่สบาย และรุ้ตลอดว่าฉันเข้าไปเยี่ยมเนยบ่อยๆ
จนวันนึง อาการเนยทรุดหนักมากต้องเข้าห้องไอซียู
ฉันจำวันนั้นได้ดี ตรงกับวันที่ 13เมษา
ฉันเตรียมตัวจะเข้าไปเยี่ยมเนยอยู่แล้ว
ตอนเช้า แม่เนยโทรมา บอกว่าเนยแย่แล้ว
เนยหยุดหายใจไปเกือบ 10นาที
หมอช่วยกันปั้มหัวใจขึ้นมาได้
ตอนนี้อยู่ห้อง icu

ฉันรีบขับรถเข้าไปกรุงเทพ
ฉันขับไปร้องไห้ไปตลอดทาง
ฉันขับรถด้วยความเร็วมาก ฉันกลัวจะไปไม่ทัน
ฉันคิดไปสารพัด ขออย่าให้เนยเป็นอะไรไปเลย
ฉันโดนตำรวจเรียก เพราะว่าขับรถเร็วเกิน
พอฉันไขกระจกรถลง ตำรวจตกใจที่เห็นฉันร้องไห้
ตำรวจถามฉันว่า เป็นอะไร
ฉันบอกว่า เพื่อนไม่สบายอยู่ไอซียู แล้วฉันก็ร้องไห้ไม่หยุด
จนคุณตำรวจต้องเข้ามาปลอบใจว่าใจเย็นๆ
เพื่อนไม่เป็นอะไรหรอก
ยิ่งปลอบ ฉันก็ยิ่งร้อง


คุณตำรวจบอกว่าร้องไห้อย่างนี้แล้วจะขับรถต่อไปได้ยังงัย
ถ้าคุณเป็นอะไรไปก่อน คุณคงไม่ได้เจอเพื่อนคุณนะ
ฉันค่อยๆหยุดร้องไห้ แล้วบอกขอบคุณคุณตำรวจ

ฉันตั้งสติได้ เลิกร้องไห้ แล้วค่อยๆขับมาที่รพ.
พ่อกับแม่เนยนั่งรออยู่ที่หน้าห้องไอซียู
เรายังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมเนยได้

เวลาผ่านไปเกือบชม. เจ้าหน้าที่เข็นเตียงออกมา
เนยนอนไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียง
ใส่เครื่องช่วยหายใจ ที่ปากมีเลือดออก

เจ้าหน้าที่เข็นเนยออกไปเพื่อไปทำ ct scan
หมอมาคุยกับพ่อกับแม่เนยถึงอาการของเนย
แม่เนยถามหมอว่า เนยจะมีโอกาสซักกี่เปอร์เซ็นต์
คุณหมอตอบว่า ไม่สามารถบอกเป็นเปอร์เซ็นต์ได้เลย
เพราะเนยหยุดหายใจไปแล้วประมาณ 10นาที ซึ่งปั้มหัวใจขึ้นมาได้
เหมือนกับต้องมาเริ่มจากศูนย์ใหม่

ฉันนั่งร้องไห้โดยไม่อายใครอยู่หน้าห้องไอซียู
ถ้าเนยตายไป ฉันจะทำยังไง ฉันจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง
ภาพเก่าๆของฉันกับเนยแจ่มชัดขึ้นมาอีกครั้ง
หลายต่อหลายครั้งที่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
ที่ผ่านมาฉันไปชอบใครอยู่ ทั้งๆที่เค้าไม่เคยชอบ
และไม่เคยแคร์ฉันเลย แม้แต่นิดเดียว
อย่างที่ใครเคยบอกไว้ว่า
"ถ้าไม่สูญเสียบางอย่าง ก็คงไม่เห็นคุณค่าสิ่งนั้น"
ฉันอยากจะบอกเนยว่า ฉันเสียใจกับสิ่งที่ผ่านมา
ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ว่าใครคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตฉัน

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งวัน เนยถูกเข็นกลับเข้ามาที่ห้องไอซียูเหมือนเดิม
สักพักพยาบาลออกมาบอกว่า ให้เข้าไปเยี่ยมได้แล้ว
ฉันเข้าไปเยี่ยมเนยทีหลัง ให้พ่อกับแม่เข้าไปก่อน
ฉันไม่อยากให้เนยเห็นฉันร้องไห้

เนยนอนอยู่บนเตียง มีสายอะไรต่อมิอะไรเต็มตัวไปหมด
ที่ปากใส่เครื่องช่วยหายใจ เนยจึงไม่สามารถพูดได้
ฉันยืนจับมือเนย อยู่ข้างเตียง เห็นสภาพเนยแล้ว
ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา
ฉันได้แต่จับมือให้กำลังใจ เนยรุ้สึกตัวและบีบมือตอบ

ฉันปล่อยให้เนยนอนหลับพักผ่อน
ที่ห้องไอซียูมีกำหนดให้เยี่ยมได้ถึงแค่ 2ทุ่ม
เมื่อหมดเวลาเยี่ยม ฉันจึงขับรถกลับบ้านที่ตจว.
ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมเนยใหม่

ระหว่างทางขับรถกลับ ภาพเนยนอนอยู่บนเตียง
น้ำตาเนยไหลออกมาคลอที่เบ้าตา
รอยคราบเลือดที่ปากจากการเอาท่อเครื่องช่วยหายใจใส่เข้าไปยังติดตาฉันอยู่
ฉันขับรถไป ร้องไห้ไปตลอด
ภาวนาขออย่าให้เนยเป็นอะไรไปเลย

ฉันยังคงขับรถไป-กลับกทม.เข้าไปเยี่ยมเนยทุกวัน
จนถึงวันนี้ วันที่ฉันเล่าเรื่องนี้
ก็เกือบจะ 2เดือนแล้ว ที่เนยยังคงนอนอยู่ห้องไอซียู
ฉันแทบจะไม่ได้เปิดร้านเลย
ฉันคิดว่า "เงินซื้อเวลาไม่ได้"
ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ฉันอยากจะทำทุกอย่างเพื่อเนย
ถึงฉันจะเหนื่อยแค่ไหนจากการขับรถไปกลับกทม.ทุกวัน
ถึงแม้ว่าเส้นทางกลับบ้านฉันถนนยังทำไม่เสร็จ ไม่ตีเส้น
ซึ่งทำให้ขับรถลำบากมากในตอนกลางคืนสำหรับฉันแล้ว
แต่ฉันรู้ว่าเนยเจ็บกว่าฉันมากแค่ไหน

อยากบอกทุกคนว่า ถ้ามีรักแท้อยู่แล้วดูแลกันให้ดีนะคะ
ความรักเป็นสิ่งสวยงามไม่ว่ากับเพศใดก็ตาม
ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้เนยนะคะ
ถ้าเนยหาย ออกจากไอซียู แล้ว ฉันจะมาเล่าให้ฟังต่อค่ะ
สุดท้ายนี้ ขอบคุณ ผุ้หญิงทั้ง 3คน ที่สอนให้ฉันรู้จักความรัก ขอบคุณค่ะ


คัดลอกจาก  กระทู้ พันธุ์ทิพย์ค่ะ
http://topicstock.pantip.com/writer/topicstock/2007/06/W5526416/W5526416.html

 




MAIN MANU
Home
Editor On Tour
Member
Web Board
Contact Us
About Us
Lesbian Zone
Lesbian Secret (18+)
Variety Zone
Cooking Book
Lesbian Books & Movie Review
Horoscope
It & Program Free Zone
Lesbian Health
News & Event
FRIENDS LINK
ข่าวสารสาระสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ
บล็อกเลสเบี้ยน โดนโดน
สำนักพิมพ์สีม่วงอ่อน
เลสล่าไนซ์
ฟ้าสีรุ้ง กิจกรรมดีดีของกลุ่มชายรักชาย
ทอมดี้ไทย ถูกใจวัยทีน
สะพาน เพื่อนหญิงรักหญิง
รู้ไว้ ป้องกันได้ เมื่อมีรัก

 
© 2018 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com